สนั่นโซเชียล!ชาวติ๊กต็อกถ่ายคลิปติดตำรวจ ก่อวีรกรรมอื้อฉาวเรตเอ็กซ์

  • You are here: News & lifestyle » News » สนั่นโซเชียล!ชาวติ๊กต็อกถ่ายคลิปติดตำรวจ ก่อวีรกรรมอื้อฉาวเรตเอ็กซ์

‘จับผิดตำรวจคากล้อง’ พร้อมกับแท็กสองหัวข้อคือ  #towerclimbers และ #dirtydeeds ไม่นาน คลิปนั้นก็กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วและมียอดเข้าชมมากกว่า 15 ล้านครั้ง

คลิปดังกล่าวแสดงภาพจากมุมกล้องที่ถ่ายลงมาจากเสาสูง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเสาส่งสัญญาณการสื่อสาร โดยเป็นภาพจากระยะไกลของรถ 2 คัน โดยหนึ่งในนั้นมีลักษณะคล้ายรถตำรวจที่กำลังจอดอยู่ในพื้นที่นอกเส้นทางสัญจรที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้ขนาดเล็ก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพศหญิงอยู่บริเวณท้ายรถตำรวจดังกล่าว โดยทั้งสองแสดงกิริยาคล้ายการมีเพศสัมพันธ์กัน

ต่อมาได้มีการระบุตัวได้ว่า ตำรวจในคลิปคือเจ้าหน้าที่แลร์รี เบนจามิน ธอมป์สัน และสถานที่ในคลิปอยู่ใกล้กับบริเวณสุสานและโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเมืองมิลเลน รัฐจอร์เจีย

ดเวย์น แฮร์ริงตัน ผู้บังคับการตำรวจเมืองมิลเลนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า เขากำลังจะไปพบเจ้าหน้าที่ธอมป์สันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับคลิปดังกล่าว แต่ธอมป์สันได้ลาออกไปก่อนแล้ว โดยธอมป์สันมีประวัติเข้า ๆ ออก ๆ จากหน่วยตำรวจเมืองมิลเลนมาตั้งแต่ปี 2558

นอกจากนี้ ธอมป์สันยังมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอุบัติเหตุรถยนต์ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เมื่อเดือน พ.ย. 2562 ซึ่งเขาได้ทำให้ลูอิส เจนกินส์ คนขับรถวัย 76 ปีเสียชีวิต หลังจากที่เขาชนรถของอีกฝ่ายเข้ากลางคันรถขณะที่เร่งรีบขับรถไปยังที่เกิดเหตุซึ่งได้รับแจ้งมา

ไม่เพียงเท่านั้น ประวัติของธอมป์สันยังระบุว่าในขณะที่เขาทำงานอยู่กับหน่วยดับเพลิงเมืองมิลเลนเมื่อปี 2560 เขาก็เคยทำปืนลั่นใส่เพื่อนร่วมงานจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บที่แขน โดยเขาอ้างว่าปืนกระบอกนั้นทำงานผิดปกติ

จากนั้นในปี 2563 ก็มีผู้เสียหายหญิงแจ้งความต่อกองตำรวจเมืองมิลเลนโดยกล่าวหาว่าโดนธอมป์สันล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากที่ทั้งคู่เคยคบหากัน ธอมป์สันยอมรับว่าเขาใช้หมายเลขทะเบียนรถยนต์ของเธอเพื่อสืบหาที่อยู่ แต่เขาอ้างว่าทำไปเพราะมีของที่ต้องการคืนให้เธอเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุทำให้เขาโดนพักงานไปสองวัน

สำหรับสถานภาพของธอมป์สันในขณะนี้คือการลาออกโดยสมัครใจ ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทางตำรวจยังไม่ได้แถลงว่าจะมีการสืบสวนเหตุการณ์ในคลิปต่อไปหรือไม่